ใครว่าเราไม่เหยียดผิว.. Racism (2)
posted on 31 Jan 2012 19:19 by ammyalofa directory Diary, Ideaกลับมาแล้วจ้า :)
เนื่องจากมีธุระปะปังมากมาย เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน..
นอกจากทำงาน สอนพิเศษ ไปค่าย และขบคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมรอบตัวเรา..
จริงๆ แล้วอยากจะชวนคุย ชวนคิดในเรื่องอื่นๆ แล้ว..
แต่ติดที่ว่า.. ยังเขียนไม่จบหน่ะสิ ฮ่าๆๆๆ
งั้นเรามาต่อกันเลยดีกว่า..

จากเมื่อคราวที่แล้ว ที่พูดถึงการเหยียดผิว..
หลายครั้งเราคิดว่าเราไม่ได้เหยียดผิวเลย ไม่ได้เหยียดเลยจริงจริ๊ง ให้ตายเถอะ!!!
ปฏิเสธหน้าดำ หน้าแดง
งั้นลองมาตอบคำถามนี้กันดีกว่า..
1. เราเคยพูดเปรียบเปรย โดยใช้คำจำพวก.. ลาว พม่า ไอ้เจ๊ก กระเหรี่ยง ไอ้มืด ไหม?
2. เราเคยรู้สึกว่า ประเทศ"ตู" เจ๋งกว่า ประเทศ "แก" ไหม?
3. เราเคยชาบู ความขาวผ่องพัน แล้วปฏิเสธความดำขำ ของเพื่อนข้างๆ เราไหม?
4. เราเคยคิดว่า.. งานแบบนี้ ต้องเป็นของคนชาตินี้เท่านั้น หรือเปล่า?
5. เราเคยทำท่าล้อเลียน ที่ส่อเสียดไปทางชาติกำเนิดของใครหรือเปล่า?
6. เราเคยคิดหรือพูดกับใครหรือเปล่าว่า เธอกับฉัน คนละชั้นกัน(ย่ะ) !!
ตอนนี้คิดออกแค่นี้แหละ ไว้คิดออกอีกจะมาเติมอีก ฮาาาาา
หรือจะช่วยคิดก็ได้นะคะ จะเอามา edit เพิ่มอีก :))
แต่หากเราตอบคำถามต่อไปนี้แล้วตอบคำว่า "ใช่" เกิน 1 ครั้ง
แปลว่าเราเองก็เป็นพวกเหยียดผิว.. จริงๆ ด้วยแหละเธอ..
ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ก็เหยียดผิวกัน โดยที่เราเองไม่รู้ตัว
และเราก็ยังคงเหยียดผิวกัน ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่ามันไม่ดี
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ชอบ ถ้ามีคนมาเหยียดเรา..
จริงๆ แล้วปัญหาเหยียดผิว เป็นปัญหาระดับโลกเชียวนะ !!!
แต่การแก้ไขแบบระดับโลกนี่.. ต้องอาศัยระดับย่อย.. ระดับบุคคล..
และไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ..
แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องที่ถ้าเราเริ่มทำ..
ปัญหาระดับโลกก็จะเบาบางขึ้น..
1. ตัวเราลดการเป็นผู้เหยียดคนอื่น..
2. เมื่อมีคนมาเหยียดเรา.. เราก็จะไม่รู้สึกอะไร.. และจะไม่สนับสนุนการเหยียดที่เขายื่นมือมา
เอาล่ะ..
เริ่มจากตัวเอง ที่จะไม่ไปดูถูกใคร..
ไม่เอาเชื้อชาติใครมาล้อเลียน..
ตรงจุดนี้.. จะช่วยลดการเป็นผู้เหยียดคนอื่นได้มากเลยนะ
แถม เรายังจะช่วยให้สังคมรอบตัว เป็นสังคมที่ดีขึ้นได้ทันตาเห็น!!
นอกจากนี้ ยังต้องเห็นคุณค่าของตัวเอง..
ไม่เอาคนอื่นมาเปรียบเทียบเพื่อทำให้ตัวเองด้อยค่าลง
แต่เอามาเปรียบเทียบเพื่อพัฒนาตัวเองได้นะ
เรื่องนี้ค่อนข้างงงๆ แต่ต้องแบ่งเป็นกรณีๆ ไปอ่ะ
หากเราคิดว่า ข้านี่มันอ่อนเรื่องภาษาต่างประเทศจริงๆ ไม่เหมือนนายกที่พูดได้เป็นต่อยหอยเลย
แล้วทำให้เราหดหู่ ชูแต่นายกว่า เก่งมากๆ ตัวข้านี่ไม่ไหว..
อันนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด
แต่ หากคิดว่า เฮ้ย นายกนี่เจ๋งจริง ข้าจะต้องฝึกฝนตัวเองหน่อยแล้ว วู้!!
อันนี้เป็นการเปรียบเทียบเพื่อพัฒนาตัวเอง..
หรืออีกกรณีนึง.. ที่เป็นการเหยียดผิวโดยที่ไม่รู้ตัว
ค่านิยม ความ ขาว ใส ปิ๊งๆๆๆ
เราให้ทัศนคติกับความขาวว่า เป็นผิวที่สวย ดูดี สะอาด
แต่ผิวดำนี่ แย่สุดๆ สกปรก ไม่สวยเลย
เพราะฉะนั้น ฉันจะต้องขาวให้ได้!!!
กรอดดดดดดดด...
(เสียงกัดฟัน)
(เสียงกัดฟัน)ในกรณีนี้ ไม่นับว่าเป็นการพัฒนาตัวเอง แต่เป็นการเหยียดผิวอย่างชัดเจนเลยค้าบ!!!
คืองี้อ่ะ.. มันอยู่ที่ทัศนคติ และมุมมอง การให้ความหมายสิ่งนั้นๆ อ่ะค่ะ
ไม่งงนะ ไม่งงนะ.. 

ยากหน่อย.. แต่ทำได้ มันก็จะดีกับตัวเองเองเป็นอย่างแรก
และจะดีกับสังคมของเราด้วย 

จากเรื่องนี้ มีตัวอย่างเรื่องนึง..
พอดีเราได้คุยกับน้องคนนึง.. เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วการเหยียดผิว มันเริ่มจากการเหยียดคนอื่นเลยแหละ
น้องถูกล้อเรื่องสีผิว.. ไอครั้นจะถามว่าโกรธไหม โมโหไหม มันก็น่าจะอยู่นะ
ถามว่าแล้วตอนนี้หล่ะ??.. ไม่โกรธแล้ว เพราะว่า ผมรู้ว่าพระเจ้าสร้างเรามาเป็นแบบนี้ เราเป็นผลงานชิ้นเอก
จากเรื่องนี้ทำให้มองชัดเลยว่า..
มันมีการถูกคนอื่นเหยียด..
และที่โกรธเพราะจริงๆ แล้ว เราเองก็คิดว่า
เราเองก็ไม่พอใจที่เราเป็นเราแบบนั้น (แบบที่เขาใช้เรียกเหยียดๆ)
ตอนเด็กๆ.. เราเคยถูกเรียกว่า ไอตี่ ลูกเจ๊ก ด้วยนะ
แต่ตอนนั้น ยอมรับว่า ไม่โกรธเลย ..
เพราะไม่รู้ว่า อะไรคือลูกเจ๊ก lol
คิดว่า เป็นคำเรียกคนจีนเฉยๆ.. ฮาาาาาาาาา
เพิ่งมารู้ตอนโตนี่แหละ ว่าเป็นคำเหยียดคนจีน =.=
รู้อย่างเดียวกว่า ไอตี่ คือ ตาเล็ก..
ละเราก็ไม่รู้สึกว่า ตาเล็กจะไม่ดี เพราะค่านิยมคนจีน ตาเล็กๆ ก็ถือว่า โอเคนะ ฮ่าๆๆๆ
ขอจบเรื่องการเหยียดผิวเอาไว้ ณ ตอนนี้
ใครมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับการเหยียดผิว แล้วอยากเอามาแชร์ ก็เอามาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ :)
เผื่อจะนำพาไปประเด็นอื่นๆ ได้ ฮ่าๆๆๆๆ
ปอ ลิง .. คราวหน้าจะลงรีวิวหนังสือบ้างละ แหะๆ รอก่อนนะ 


)







